News online

กลับไปยังหน้าหลักเพื่อสนทนา C-Box ดู TV และฟังวิทยุ ได้ที่

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

ดา ตอร์ปิโด : ช่องทางสู่การรับรู้..สภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง


โดย ประเวศ ประภานุกูล


ทีแรกว่าจะไปเยี่ยมดา ตอร์ปิโด วันที่ 30 ธันวาคม 2554    วันสุดท้ายของการทำงานปี 2554   โดยถือโอกาสไปสวัสดีปีใหม่กับดา ด้วย   แต่โทรศัพท์จาก อ.หวาน ทำให้ผมต้องไปก่อน   ไม่ใช่สิ   ไปเยี่ยมดาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 19 ธันวาคม 2554

ก่อนอื่นขอชี้แจงเรื่องเงินที่มีคนฝากให้ดา   พอผมโพสต์ว่าจะไปเยี่ยมดา   ก็มีคนฝากเงินให้ดาผ่านมาทางผมให้ดา 3 คน   รวมทั้งหมด 5,000 บาท   ในวันที่ 19 ธันวาคม 2554 ที่ผมไปเยี่ยมดา   ผมได้ฝากเงินเข้าบัญชีให้ตามที่ดา บอก 1,000 บาท   ส่วนอีก 1,000 บาท ดาบอกให้ซื้อของให้  เป็นเงิน 649 บาท  เหลือเงินส่วนนี้ 351 บาท   เงินส่วนที่เหลืออีก 3,000 บาท   ดาบอกให้โอนเข้าบัญชีพี่ชายเขา  เพื่อเขาจะได้มีค่ารถมาเยี่ยมดาได้   ผมได้โอนเข้าบัญชีพี่ชายดา..นายกิตติชัย  ชาญเชิงศิลปกุล จำนวน 2,975 บาท ผ่านทาง ATM ที่โอนเพียง 2,975 บาท   เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างธนาคาร(และต่างจังหวัด)อีก 25 บาท

เงินส่วนที่เหลือ 351   ในวันที่ไปเยี่ยมดา เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554   ดาบอกให้ซื้อของให้อีก   เป็นจำนวนเงิน 336 บาท   สรุปแล้วยังเหลือเงินของดาอยู่ที่ผม 15 บาท

สำหรับเพื่อนๆ   ที่ต้องการช่วยเหลือทางการเงินแก่ ดา ตอร์ปิโด   ขอให้โอนเงินเข้าบัญชีพี่ชายของดาโดยตรง   โดยไม่ต้องผ่านผมอีก  ชื่อบัญชี นายกิตติชัย  ชาญเชิงศิลปกุล บัญชีออมทรัพย์   เลขที่บัญชีดังนี้ครับ
1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) สาขาพูนผล  2971258055
2. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต  2644402980
3. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต  5374061160

และก็ตามเคยอย่างเช่นทุกครั้ง   หรือเกือบทุกครั้ง  ที่ไปเยี่ยมดา   ผมจะต้องได้รับรู้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง   แต่คราวนี้ไม่ใช่ชีวิตในช่วงปกติ    หากแต่เป็นช่วงน้ำท่วมเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา

ดังที่ทราบกันดีจากที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้   ดาถูกย้ายไปเรือนจำคลองไผ่    แต่ในความเป็นจริง   ทัณฑสถานหญิงกลาง   ไม่ได้ย้ายผู้ต้องขังไปทั้งหมด   แต่ยังมีผู้ต้องขังหญิงเหลืออยู่อีกพันกว่าคน    ซึ่งคนที่อยู่ต้องอยู่อย่างยากลำบาก..ภายใต้การปกครองของ นางอังคนึง  เล็บนาค ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง    และนั่นเป็นสาเหตุแท้จริงที่ย้ายดาไปอยู่ที่อื่น   เพื่อไม่ให้ดาโวยวาย..ร้องเรียน

ขอพูดถึงคนที่ถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนตามระบบของเรือนจำ   อย่างที่ทุกคนที่เคยไปเยี่ยมดา ทราบดีอยู่แล้ว    การฝากเงินให้ดา  หรือผู้ต้องขังอื่นทุกคน   จะต้องฝากเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องขังคนนั้นๆ    พูดอีกอย่างก็คือ   จ่ายเงินให้เรือนจำนั่นแหละ   แล้วเรือนจำถึงให้ผู้ต้องขังเบิกใช้ทีหลัง   ปัญหาของการย้ายที่คุมขังอยู่ตรงนี้   เมื่อใช้ระบบฝากเงิน  จึงต้องมีบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขัง    แต่ในการย้ายผู้ต้องขังไปขังยังที่อื่น

ทัณฑสถานหญิงกลาง..โดยนางอังคนึง  เล็บนาค    ไม่ได้ส่งบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขังไปด้วย    ส่งผลให้ผู้ต้องขังที่เรือนจำคลองไผ่ทุกคน...ไม่มีสิทธิเบิกเงินที่ญาติฝากให้มาใช้ได้เลย    จนบรรดาญาติๆของผู้ต้องขังต้องส่งข่าวบอกๆต่อๆกันไปให้ส่ง ธนาณัติ ไปให้ผู้ต้องขัง   ส่งผลให้มีการส่ง ธนาณัติ ไปให้ผู้ต้องขังจากทัณฑสถานหญิงกลาง   ที่ขังอยู่ที่เรือนจำคลองไผ่ในตอนนั้น   เป็นจำนวนถึง กว่า 800,000 บาท  ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว    และ ผอ.เรือนจำคลองไผ่   ก็ได้เปิดบัญชีให้ผู้ต้องขังเหล่านั้น   ซึ่งหลังจากย้ายกลับมาทัณฑสถานหญิงกลาง    ทางเรือนจำคลองไผ่ ก็ได้โอนเงินส่วนที่เหลือคืนมาเข้าบัญชีของผู้ต้องขังที่ ทัณฑสถานหญิงกลาง

การย้ายผู้ต้องขังไปขังยังที่อื่น   ไม่ได้ไปเพียงเรือนจำคลองไผ่เท่านั้น   แต่ได้ส่งไปขังที่เรือนจำราชบุรี   และชลบุรี  ด้วย   แต่ทั้ง 2 ที่นั้น   ผอ.เรือนจำ   ได้จึ้..จิก   มาที่นางอังคนึง  เล็บนาค  ให้ส่งบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขังไปด้วย   เพื่อให้ผู้ต้องขังเบิกใช้จ่ายระหว่างที่ถูกขังที่นั่นได้   ทำให้นางอังคนึง  เล็บนาค จำต้องส่งบัญชีไป(เข้าใจว่า..ต้องโอนเงินไปด้วย   และที่ไม่ยอมส่งบัญชีไปก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่ยอมส่ง   หรือจะเก็บไว้กินดอกเบี้ย)

หลังจากย้ายกลับมาแล้ว   นางอังคนึง  เล็บนาค   ยังออกกฎ ไม่ให้ผู้ต้องขังเบิกเงินจากบัญชีเงินฝากของตนมาใช้อีก 1 สัปดาห์   อ้างว่าต้องเคลียร์บัญชีจากการส่งบัญชีไปเรือนจำอื่น    และดา  กับผู้ต้องขังที่ถุกย้ายไปเรือนจำคลองไผ่  ก็พลอยเบิกเงินไม่ได้ด้วย..ทั้งที่ไม่ได้ส่งบัญชีไปเรือนจำคลองไผ่

ในส่วนของคนที่ถูกขังอยู่ที่เดิม...ทัณฑสถานหญิงกลาง   ชีวิตความเป็นอยู่รันทดลำเข็ญสุดๆ   อย่างที่ทราบกันแล้วว่า   น้ำท่วมคราวนี้หนักหนาสาหัส   แต่สิ่งหนึ่งที่ถูกปิดข่าว  คือ   ทัณฑสถานหญิงกลาง   ถูกน้ำท่วมด้วย   และท่วมสูงในระดับไม่น้อยกว่า 1 เมตร   ผลคือ   ผู้ต้องขังหญิงต้องยืนอาบน้ำในน้ำท่วมที่สูงถึง..ก้น   และได้อาบน้ำแค่ 3 ขัน..ขอย้ำอีกที...ยืนอาบน้ำในน้ำท่วมสูงถึงก้น   และอาบน้ำเพียง 3 ขัน

ไม่เพียงแค่นั้น   ด้านอาหาร   แต่ละมื้อได้ทานข้าวเพียง 1 ถ้วยเล็กๆ..ขนาด ถ้วยข้าวไหว้ผี   กับข้าวมีเพียงหัวไช้เท้าต้ม    หนักกว่านั้น..บางวันมีเพียง..น้ำข้าว

ชีวิตผู้ต้องขังหญิง ณ ใจกลางประเทศ   แต่มีสภาพชีวิต ไม่ต่างจากสัตว์    น่าอนาถที่ประเทศนี้ยังกล้าประกาศตัวว่าเป็น..เมืองพุทธ
เมืองแห่งศาสนาที่ได้รับยกย่องทั่วโลกว่าเป็น..ศาสนาแห่งสันติภาพ

กับเรื่องเศร้านี้   ขอจบด้วย จดหมาย ที่มีคนฝากไปให้กำลังใจดา (ขอสงวนชื่อเจ้าของจดหมาย)  เป็นจดหมายจากคนที่ได้ร่วมฝากเงินให้ผมไปส่งต่ดให้ดาด้วย

"เป็นกำลังใจให้ครับ   พี่ดาสู้และยืนหยัดต่อไปนะครับ  สักวันคงมีโอกาสได้พบกัน"

"แม้จะไม่เคยเจอพี่ดาเลย   แม้ว่าความคิดเราไม่ได้ตรงกันทั้งหมด   แต่ความกล้าหาญของพี่ดาที่จะยืนหยัดในสิ่งที่พี่ดาเชื่อ   ได้ทำให้มโนในสำนึกของผมตื่นขึ้น   ตื่นขึ้นให้เอาธุระกับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้   พี่ดาอาจไม่ใช่คนแรกที่โดนคดีนี้   แต่เป็นคนแรกๆที่บอกให้เรารู้ว่า  สังคมไทยเรามีปัญหาเรื่องนี้จริงๆ
แน่นอนว่า  ผมหวังว่าพี่ดาจะพ้นออกจากที่จองจำในเร็ววัน
แน่นอน  เราหวังว่า  บ้านเราจะเดินทางไปสู่สังคมที่เท่าเทียมที่มีเสรีภาพ  มีความเสมอภาคกัน   แต่ในเวลาเฉพาะหน้านี้  แสงสว่างปลายอุโมงค์นั้นริบหรี่เหลือเกินสำหรับสังคมไทย   ซึ่งผมก็เชื่อว่าพี่เองก็พอสัมผัสได้   แต่ยุคนี้แหละครับ  ที่จะทำให้เห็นความมืดมิดที่สุด   ภูตผีปีศาจและอวิชชา  จะได้ออกอาละวาดตามอำนาจของมันเต็มที่   และยุคนี้เช่นกันที่นักวิชาการอย่างนิติราษฎร์เริ่มจุดไฟในสายลมแล้ว
ยุคนี้คนตัวเล็กตัวน้อยเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่ไม่เคยถามกันมาก่อน

พี่ดาเป็นคนเดินนำไปก่อนบนเส้นทางประวัติศาสตร์สายนี้หวังว่าจะได้คุยกับพี่ดานอกขื่อคาพันธนาการนะครับ

รักษาสุขภาพ

แด่ความเสมอภาค  เสรีภาพ  ภราดรภาพ

อ้อ..สุดท้าย(จริงๆ)   ดา เปลี่ยนใจแล้วนะครับ   ตัดสินใจอุทธรณ์   และจะสู้คดีจนถึงที่สุดครับ


ประเวศ  ประภานุกูล

ที่มา fb ประเวศ  ประภานุกูล

คดี 112 : กรณีสุริยันต์ กกเปือย (คนซ่อมรองเท้า)




เขาคือคนซ่อมรองเท้า และเป็นจำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ !
พี่หมี สุริยันต์ กกเปือย

จำเลยสารภาพว่า เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๕๓ จำเลยได้โทรศัพท์ไปที่หมายเลบ ๑๙๑ โดยกล่าวหาสมเด็จพระนางเจ้าฯเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองปี ๕๓ ซึ่งเกิิดจากการได้รับข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็นความจริงรวมทั้งได้กล่าวถ้อยคำมาดร้ายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำเลยรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๖ ปี ๓๐ วัน จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก ๓ ปี ๑๕ วัน

จำเลยได้ถวายฎีกาขอรับพระราชทานอภัยโทษไปเมื่อเดือนสิงหาคม บัดนี้เรื่องยังเงียบหาย
ปัจจุบันพี่หมีถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ที่ผมเขียนไว้ก็เพื่อเป็นที่น่าขบคิดว่า การกล่าวถ้อยคำเพียงนั้น(โดยจำเลยไม่สามารถทำได้ตามที่มาดร้ายอยู่แล้ว) สมควรได้รับโทษเพียงนั้นเชียวหรือ และสมมุติ(เน้นว่าสมมุติ) หากเป็นไปตามร่างการแก้ไขของนิติราษฎร์ กระบวนการพิสูจน์จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน หากสังคมยังคงปกคลุมด้วยความกลัวอยู่เช่นนี้...

ที่มา fb อานนท์ นำภา

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

"ก้านธูป" นักศึกษามธ. โดนหมายเรียกข้อหาหมิ่นฯ

การใช้มาตรา 112 พร่ำเพรือ ยังแรงไม่เลิก ล่าสุด ก้านธูป นักศึกษาธรรมศาสตร์ ถูกหมายเรียกให้ไปรายงานตัวในวันที่ 11 ม.ค.นี้

3 ธันวาคม 2555
ที่มา มติชน



กราฟฟิกข้อความแจ้งข้อมูลเรื่องคดี "ก้านธูป"

โดยนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แจ้งข้อมูลว่า "ก้านธูป" นักศึกษาในคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ออกหมายเรียกตัวในคดีการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อช่วงสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อเดือนเมษายน 2553 ขณะที่ผู้โพสต์กำลังศึกษาในระดับมัธยม ซึ่งเคยส่งผลให้ "ก้านธูป" สูญเสียโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและ เกษตรศาสตร์มาแล้ว

ต่อมาได้มีผู้นำกรณีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กดังกล่าวไปแจ้งความ "ก้านธูป" ได้รับหมายเรียกในช่วงสิ้นเดือนตุลาคม - ต้นพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดวันให้มารายงานตัวตอนต้นเดือนพฤศจิกายน แต่เนื่องจากขณะนั้น เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมและนักศึกษาเดินทางกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด จึงมีการขอเลื่อนนัดการรายงานตัวไปในช่วงน้ำลดและเปิดเทอม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้เลื่อนการรายงานตัวมาเป็นวันพุธที่ 11 มกราคม 2555 เวลา 10.00 น.

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในระยะเวลาที่บริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลเพื่อไทย มีการตั้งข้อหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพิ่มอีก 2-3 กรณี และผู้ถูกกล่าวหาในทุกกรณีล้วนเป็นคนที่อยู่ในแวดวงการศึกษาหรือในรั้ว มหาวิทยาลัยทั้งสิ้น โดยผู้ต้องหาคดี 112 อีกรายหนึ่ง ซึ่งถูกตั้งข้อหาและได้รับหมายเรียกตัวเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2554 ก็คือ นายสุรพศ ทวีศักดิ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต หัวหิน

                                     0 0 0 0 0



มติชน 3 มกราคม 2555 รายงานเพิ่มเติมว่า "ปริญญา" ระบุยังไม่ทราบเรื่องคดี "ก้านธูป" ย้ำคนไม่เห็นด้วยไม่มีสิทธิ "ล่าแม่มด" นศ.

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการฝ่ายกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ "มติชนออนไลน์" กรณี "ก้านธูป" นักศึกษาปี 1 ในคณะแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกหมายเรียกไปรายงานตัวที่ สถานตำรวจนครบาลบางเขน ในวันที่ 11 มกราคม 2555 ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ปกติแล้วหากนักศึกษามหาวิทยาลัยถูกดำเนินคดีอาญา จะต้องมีเอกสารจากเจ้าหน้าที่แจ้งมายังมหาวิทยาลัยเพื่อทราบ แต่ขณะนี้ ตนยังไม่ได้รับเอกสารเพื่อทราบว่านักศึกษาคนดังกล่าวถูกดำเนินคดีนี้ จึงยังไม่ทราบว่ามีการตั้งข้อหาหรือยังและในประเด็นอะไร อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าหากนักศึกษาถูกดำเนินคดีจริง ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษาให้มีความผิด

รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยว่า อีกประเด็นคือ "กระบวนการล่าแม่มด" ซึ่งไม่ใช่เรื่องของกระบวนการยุติธรรมและเห็นว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะไม่ว่านักศึกษาคนดังกล่าวจะเคยพูดหรือทำอะไรที่สร้างความไม่พอใจ สร้างความไม่เห็นด้วยให้แก่ใคร คนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่มีสิทธิที่จะไปละเมิดหรือคุกคามสวัสดิภาพความปลอดภัย ของผู้อื่น เพราะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการคุกคามความปลอดภัยของนักศึกษาคนดังกล่าว หากเกิดการคุกคามนักศึกษา ทางมหาวิทยาลัย ก็ไม่นิ่งนอนใจและต้องป้องกันดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นอน

นายปริญญาบอกด้วยว่า สำหรับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการนำเสนอเรื่องนี้ ก็อยากให้ทุกฝ่ายนำเสนออย่างไม่มีอคติ โดยเฉพาะสื่อมวลชนซึ่งไม่ควรจะมีฝ่ายอยู่แล้ว เพราะทุกอย่างต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง ว่าไปตามเนื้อผ้า ตามกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับคดีที่มีคนขับรถซีวิคกับรถตู้ที่เกิดอุบัติเหตุผู้เสียชีวิต 9 ศพ ก็ต้องเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ใช้ศาลเตี้ย และสังคมไม่มีสิทธิไปล่าแม่มดใคร

                                          0 0 0 0 0





ที่มา เฟสบุค สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ดร. สมศักดิ์​ เจียมฯ โพสต์ภาพเพิ่มเติม และเขียนว่า

"ใครเป็น friend ดร.ปริญญา เอารูปนี้ไปโพสต์ให้ดูหน่อยสิ ผมตัดมาจาก "หมายเรียก" ลบชื่อ จนท. ตำรวจผู้่ดูแลคดี และชื่อปัจจุบัน ของ "ก้านธูป" ออก คงเห็นตัวข้อหากันชัด - "ดูหมิ่น หมิ่นประมาท ..." คือ 112 นันแหละ"

ปล. คุณ อานนท์ นำภา เคยอธิบายให้ผมฟังว่า คดีหมิ่นฯ จนท. ที่ดูแล จะเป็นคนลงชื่อในช่อง "ผู้กล่าวหา" เอง ไม่ได้หมายความว่า จนท.คนนี้ เป็นคนฟ้องนะครับ เขาปกปิดชื่อคนที่เอาเรื่องมาฟ้อง เราไม่รู้ว่าคือใคร

                                      0 0 0 0 0

ทั้งนี้ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ โพสต์ในเฟสบุค Charnvit Ks วันนี้ว่า

สถาบันกษัตริย์ แบบ "ไทยๆ" ท้องถิ่น หรือ แบบ "อังกฤษๆ" สากล

(ก)
ประวัติศาสตร์ ของนานาอารยประเทศ ในสากลโลก สอนให้เรารู้ว่า ประเทศที่รักษา สถาบันกษัตริย์ไว้ได้ เช่น อังกฤษ และยุโรปตะวันตก (หรือแม้แต่ญี่ปุ่น กับมาเลเซีย) นั้น ก็เพราะได้ทำการปฏิรูป ไม่ให้สถาบันกษัตริย์เป็นฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นศัตรูกับสถาบันประชาธิปไตย

(ข)
การที่จะปฏิรูปเช่นนั้นได้ ต้องใช้ความคิด สติปัญญา และวัตรปฏิบัติ ที่ ศิวิไลย์ เป็นสมัยใหม่

(ค)
ถ้ายังขืนรักษาความเป็น "ไทยๆ แบบตะวันออก" และขัดขืน ไม่ปฏิรูปให้ประสาน เข้ากันได้กับระบอบประชาธิปไตย ทำการต่อต้านเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ (ใช้ กม หมิ่น ม 112 พร่ำเพรื่อ)
สถาบันกษัตริย์ของไทย ก็จะเผชิญปัญหาที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง

(ง)
ดังที่ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้สรุปไว้ว่า
การแสดงความจงรักภักดี ที่ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นอีกอำนาจหนึ่ง ที่เป็นอิสระจากอธิปไตยของปวงชน จึงกลับบ่อนทำลายความมั่นคง ของสถาบันเสียเอง"


ที่มา thaienews

"33 คดีหมิ่นฯ ในมือ DSI" ใครถูกหวย เชิญชม!



หมายเหตุ - กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รวบรวมคดีพิเศษจำแนกตามลักษณะความผิด โดยมีคดีเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง ดังนี้

1.คดีพิเศษที่ 101/53 กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพวก หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

2.คดีพิเศษที่ 397/53 กล่าวหา นายเลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ ใช้นามแฝง "สิน แซ่จิ้ว" แปลหนังสือต้องห้ามจำหน่ายในราชอาณาจักร และจัดทำ เว็บไซต์ตลอดจนเคลื่อนไหวและเผยแพร่ข้อความในเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน ลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ยื่นฟ้องต่อศาลเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 3328/54

3.คดีพิเศษที่ 398/53 กล่าวหา นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน จัดรายการ "ทางออกประเทศไทย" ทางวิทยุชุมชนคนรู้ใจ FM 87.75 MHz และเครือข่าย เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว

4.คดีพิเศษที่ 399/53 กล่าวหา นายใจ อึ๊งภากรณ์ เขียนบทความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ และเผยแพร่ในเว็บไซต์ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

5.คดีพิเศษที่ 400/53 กล่าวหา นายใจ อึ๊งภากรณ์ เขียนหนังสือเล่มหนึ่งมีข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

6.คดีพิเศษที่ 404/53 กล่าวหา นายใจ อึ๊งภากรณ์ บรรยายเกี่ยวกับกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน (SOAS) ประเทศอังกฤษ ข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ และมีผู้นำมาเผยแพร่ใน เว็บไซต์ อยู่ระหว่างการสืบสวน

7.คดีพิเศษที่ 410/53 กล่าวหา นายจักรภพ เพ็ญแข ปาฐกถาที่สหรัฐอเมริกา เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

8.คดีพิเศษที่ 496/53 กล่าวหา นายจักรภพ เพ็ญแข เขียนบทความใน น.ส.พ.ฉบับหนึ่ง เมื่อเดือนมิถุนายน 2552-2 กรกฎาคม 2552 เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

9.คดีพิเศษที่ 501/53 กล่าวหาผู้ใช้นามว่า "จิตร พลจันทร์" เขียนบทความในนิตยสาร ฉบับหนึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2553 และมีนาคม 2553 เนื้อหายุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความเกลียดชังสถาบันฯ ยื่นฟ้องต่อศาลเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2962/54

10.คดีพิเศษที่ 502/53 กล่าวหา นายวีระ มุสิกพงศ์ ปราศรัยบนเวที นปช.ท้องสนามหลวง เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

11.คดีพิเศษที่12/54 กล่าวหา นางกัญญาภัค มณีจักร (ดีเจอ้อม) กับพวก กรณีที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมใช้อาวุธที่ประเทศกัมพูชาปลูกฝังความคิดให้เกลียดชังสถาบันฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

12.คดีพิเศษที่ 17/54 กล่าวหา นายใจ อึ๊งภากรณ์ เผยแพร่แผ่นซีดีบันทึกภาพและเสียง พร้อมด้วยไฟล์เอกสารเนื้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

13.คดีพิเศษที่ 19/54 กล่าวหา นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ปราศรัยที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลดอยสะเก็ด ข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว

14.คดีพิเศษที่ 41/54 กล่าวหา นายเอนก ชัยชนะ เผยแพร่คลิปภาพและเสียงเนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ผ่านเว็บไซต์ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

15.คดีพิเศษที่ 42/54 กล่าวหา นายเอนก ชัยชนะ โทรศัพท์แสดงความคิดเห็นกับสื่อต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา) เมื่อปี 2549 กรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะ มีข้อความพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

16.คดีพิเศษที่ 43/54 กล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แจกคำแถลงการณ์ที่มีเนื้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ต่อสื่อต่างประเทศ ส่งอัยการสูงสุดแล้ว

17.คดีพิเศษที่ 44/54 กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วิดีโอลิงก์เข้ามาที่การชุมนุมของ นปช. ณ สนามกีฬาสมโภช 700 ปี จ.เชียงใหม่ เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ส่งอัยการสูงสุดแล้ว

18.คดีพิเศษที่ 45/54 กล่าวหา นายก่อแก้ว พิกุลทอง ปราศรัยในการชุมนุมของ นปช. ณ สนามกีฬาสมโภช 700 ปี จ.เชียงใหม่ เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ส่งพนักงานอัยการแล้ว

19.คดีพิเศษที่ 46/54 กล่าวหา นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน และ นายอำนวย แก้วชมภู (วู้ดไซต์ นิวยอร์ก) เผยแพร่ข้อความในเว็บไซต์ เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

20.คดีพิเศษที่ 53/54 กล่าวหา นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับพวก ปราศรัยบนเวที นปช. เนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างนัดมารับทราบข้อกล่าวหา

21.คดีพิเศษที่ 68/54 กล่าวหา นายสังคม คมสัน กรณีสถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 96.35 MHz ถ่ายทอดสดการปราศรัยของนายจตุพร หมิ่นประมาทฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

22.คดีพิเศษที่ 69/54 กล่าวหา นายภาณุฉัตร สัมภวะผล กรณีสถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 104.5 MHz ถ่ายทอดสดเสียงการปราศรัยของนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

23.คดีพิเศษที่ 70/54 กล่าวหา นายสมศักดิ์ ล้อเพชรรุ่งเรือง กรณีสถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 89.85 MHz นำเทปเสียงคำปราศรัยของนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ มาเผยแพร่ซ้ำ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

24.คดีพิเศษที่71/54 สถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 105.75 MHz ถ่ายทอดสดการปราศรัยนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ (ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด)

25.คดีพิเศษที่ 72/54 สถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 95.75 MHz ถ่ายทอดสดการปราศรัยของนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ (ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด)

26.คดีพิเศษที่ 73/54 สถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 95.25 MHz ถ่ายทอดสดเสียงการปราศรัยของนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ(ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด)

27.คดีพิเศษที่ 74/54 สถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 102.75 MHz ถ่ายทอดสดเสียงการปราศรัยของนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ (ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด)

28.คดีพิเศษที่ 75/54 สถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 94.25 MHz ถ่ายทอดสดเสียงการปราศรัยของนาย จตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ (ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด)

29.คดีพิเศษที่ 76/54 กล่าวหา นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ปราศรัยที่วัดศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.อุดรธานี ข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

30.คดีพิเศษที่ 90/54 กล่าวหา นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ปราศรัยที่วัดสามัคคีธรรม แขวง/เขตวังทองหลาง กทม. ข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

31.คดีพิเศษที่ 91/54 กล่าวหา นายสรคมน์ คงบุญวาส กรณีสถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 104.75 MHz ถ่ายทอดสดการปราศรัยของนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

32.คดีพิเศษที่ 92/54 กล่าวหา นายบุญเลิศ เลิศวัฒนากร กรณีสถานีวิทยุมวลชนฯ ความถี่ 97.25 MHz ถ่ายทอดสดการปราศรัยของนายจตุพร ที่หมิ่นประมาทฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน และ

33.คดีพิเศษ ที่ 118/53 กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์นิตยสาร ข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

จาก go6

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

สุรชัย แซ่ด่าน : สาส์นถึงพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและรักความเป็นธรรม



กราบเรียนพี่น้องประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย และ รักความเป็นธรรมทุกท่าน

                เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2553 ผมกับพี่น้องคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง มาจัดงาน “เคาน์ดาวน์” เรียกร้อง “อิสรภาพ” ให้กับ “คุณณัฐวุฒิ ไสเกื้อ และ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ(นปช.)”  ที่ถูกคุมขังอยู่ในคุก แต่พอมาถึง 31 ธันวาคม 2554  ผมก็มาถูกคุมขังอยู่ในคุกแทน  แกนนำ นปช.ก็ต้องมาจัดงาน “เคาน์ดาวน์”  เรียกร้องอิสรภาพให้แก่ผมและคนเสื้อแดงอีกหลายคนที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องจัดงาน “เคาน์ดาวน์” หน้าคุกกันอีกกี่ปี และไม่รู้ว่าพวกเราจะต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน จัดงานเค้าดาวน์กันอีกกี่ครั้ง นี่คือ ผลของกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน

            เมื่อตอนที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลคนเสื้อแดง ถูกขังคุกเพราะศาลไม่ให้ประกันตัว อ้างเหตุกลัวหลบหนี แต่คนเสื้อเหลืองที่ความผิดร้ายแรงมากกว่า ได้รับการประกันตัวไม่กลัวหลบหนี นี่คือ สองมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม คนเสื้อแดงก็พอทำใจได้ เพราะประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกเรา

            แต่เวลานี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล คนเสื้อแดงก็ยังถูกขังคุก คนเสื้อเหลืองก็ไม่ถูกขังคุกเหมือนเดิมคนเสื้อแดงยังจะทำใจได้หรือ ? กับระบบสองมาตรฐานอย่างนี้ และเป็นเครื่องยืนยันว่าอำนาจรัฐที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล เพราะแค่จะประกันตัวคนของตนเองยังทำไม่ได้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงบริหารประเทศอย่างไร้ความมั่นคง ต้องคอยเอาใจเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริงอยู่ตลอดเวลา แล้วจะทนอยู่อย่างนี้ไปได้นานเท่าไหร่ ฝากข้อคิดนี้ไปยัง รัฐบาลและคนเสื้อแดงทั่วประเทศด้วย

            สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้รัฐบาลได้อยู่รอดปลอดภัยและพี่น้องประชาชนมีความคิดที่แจ่มใส มีจิตใจที่รุ่งโรจน์ ตาสว่างมากยิ่งขึ้น รวมพลัง รอคอยโอกาส ลุกขึ้นสู้ กำชัยชนะ เมื่อโอกาสมาถึงในไม่ช้านี้ ผมจะรอคอยพวกท่านมาเปิดประตูคุกให้ แต่ถ้าผมตายเสียก่อนก็จงเอาศพไปแห่ประท้วง ม.112 จนกว่าจะแก้ไขให้มีความเป็นธรรมและประชาธิปไตยที่แท้จริงขึ้นในประเทศไทย

                                                         สุรชัย  แซ่ด่าน ด่านวัฒนานุสรณ์
                                                             ประธานองค์กรแดงสยาม
                                                            (Red Siam Organization)

ที่มา Redsiam

โครงการส่งเพื่อนกลับบ้านอย่างวีรบุรุษ




โครงการส่งเพื่อนกลับบ้านอย่างวีรบุรุษ
โครงการนี้สร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงการต้อนรับเพื่อนนักโทษการเมือง(เรา ถูกกล่าวหา)อย่างสมศักดิ์ศรีเพราะพวกเค้าเหล่านี้ต่อสู้อยู่เคียงข้างพวกเรา และได้รับความไม่เป็นธรรมในการถูกจับและดำเนินคดีบางคนถูกบังคับให้รับ สารภาพเพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวกึ่งหนึ่ง เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัว เร็วกว่าโทษที่ควรจะได้รับแต่คนเหล่านี้ถูกปล่อยให้อยู่อย่างโดดเดียวมานานนับปี

สิ่งที่เพื่อนนักโทษการเมืองไทย "Friends of Thai Political Prisoners (FTP)"อยากจะให้พวกเค้ากลับไปอย่างภาคภูมิใจ อย่างเช่นวีรบุรุษเพราะพวกเค้ายอมติดคุกแทนพวกเราเพื่อเรียกร้อง ประชาธิปไตย

เพื่อนนักโทษการเมืองไทย "Friends of Thai Political Prisoners (FTP)" อยากจะส่งให้เพื่อนเรากลับบ้านอย่าง วีรบุรุษโดยไปส่งเพื่อนนักโทษการเมืองจนถึงบ้านและติดติดต่อแกนนำจากภูมิลำเนาของแต่ละคนให้มารับอย่างสมศักดิ์ศรีและได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเพื่อ ให้เค้ารู้ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งและไม่เคยลืมเพื่อนนักโทษการเมือง

หากท่านใด ประสงค์อยากให้มีโครงการดีๆอย่างนี้อย่างนี้เพื่อเพื่อนของพวกเราท่านสามารส นับสนุนโครงการนี้โดยผ่านเลขที่บัญชีของกลุ่มเพื่อนนักโทษการเมือง ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว เลขที่บัญชี 730-2-72692-7 ชื่อบัญชี น.ส.สุดา รังกุพันธ์ และ น.ส.กริชสุดา คุณะแสน

ปีกว่าของการถูกทอดทิ้ง


บางเวลาที่มีความเหงา


บางครั้งเกิดความท้อแท้ในชีวิต


คอยหาเหตุผลที่จะไม่สู้ต่อ แค่เรามีกำลังใจให้กันสิ่งเหล่านี้นจะไม่เกินในใจพวกเค้า............ถ้าเราไม่ทิ้งกัน




ที่มา เพื่อนนักโทษการเมือง

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

ได้โปรดช่วยเหลือเพื่อนเราในคุก "ป้อม M79"

ป้อม : ฝากลูกผมด้วย...
ป้อม M79 มีลูก3คน เมียทิ้ง แม่พี่ป้อมต้องเลี้ยงลูกพี่ป้อมให้ พี่ป้อมไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากใครและที่ได้คุยพี่เค้าไม่ขออะไรมาก นอกจากลูกของเค้า อยากได้เป็นสิ่งของ เสื้อผ้า ตุ๊กตา และเรื่องเงินมีเลขที่บัญชีของแม่พี่ป้อม ครอบครัวนี้น่าสงสารมาก ทำอย่างไรก้อได้ที่จะได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน


   
เลขที่บัญชีตรงถึงลูกพี่ป้อม





00000000000000000000000000000000000000


จับผู้ต้องหายิงเอ็ม79 - ระบุทำตามอุดมการณ์ 



ตำรวจ นครบาล นำผู้ต้องหายิงเอ็ม 79 ใส่บ้านพักตำรวจหลัง สน.ลุมพินี และที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ใกล้ทำเนียบฯ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้ง 2 จุด ส่วนผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 2 คน



ความแค้นฝังใจปี52

วันคืนที่เพื่อนพี่น้องเราเจ็บตายแต่ไม่มีใครสนใจ  เจ้าตัวยันทำตามอุดมการณ์ทางการเมือง แค้นฝังใจทหารสลายชุมนุมโหดเมษาเลือด 52

ตำรวจ ควบ คุมตัว นายวัลลภ พิธีพรม อดีตพลทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 7 ผู้ต้องหาคดียิง M79 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกทำแผนที่บริเวณแยกหลังสวนลุมพินี ซึ่งเป็นจุดที่นายวัลลภ สารภาพว่ายิงเอ็ม 79 จำนวนหลายลูกเข้าไปยัง สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาในการทำแผนเพียงประมาณ 15 นาทีจาก นั้นเจ้า หน้าที่ได้ควบคุมตัวนายวัลลภ ไปทำแผนจุดที่ 2 บริเวณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนิน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าเป็นจุดที่ยิงเอ็มเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 3ลูก  โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายวัลลภกลับทันที

พล.ต.ท. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการเดียวกับนายวัลลภอีก 2 คน ซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร


00000000000000000000000000000000000000


จับผู้ต้องหายิงเอ็ม 79 ตำรวจระบุก่อเหตุ "กทม. - เชียงใหม่" 12 จุด

วันที่ 23 พ.ย. 53  ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา(สบ 10) รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. พร้อมฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายวัลลภ หรือป้อม พิธีพรม อายุ 27 ปี ชาว จ.พิษณุโลก นายสมคิด หรือคิด มากวงศ์ อายุ 37 ปี  ชาว จ.แพร่ นายวันชัย หรือไก่ ซังข้าว อายุ 34 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ นายอนันต์ หรือเชียร มีรอด ชาว จ.นครปฐม และนายชัชชัย หรือเอ็ม โภคานุภาพ อายุ 30 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ พร้อมของกลาง วงจรหน่วงเวลาโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 ชุด หัวแร้งบัดกรี จำนวน 1 อัน ปืนกาว จำนวน 1 อัน อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง เบอร์12 จำนวน 10 นัด แส้ทำความสะอาดอาวุธปืน จำนวน 1 ชุด ซองปืนชนิดพกนอก จำนวน 1 อัน วิทยุสื่อสาร ยี่ห้อไอคอมจำนวน 1 เครื่อง วิทยุสื่อสารยี่ห้อเคนวูด จำนวน 1 เครื่อง ดินระเบิด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว พันด้วยเทปกาวสีดำจำนวน 2 ลูก พร้อมด้วยเชื้อประทุไฟฟ้า จำนวน 2 ดอก รถยนต์กระบะ โตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน บบ 721 ระยอง

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ย.เวลาประมาณ 14.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5  ได้จับกุมตัวนายวัลลภ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ 578/2553 ลงวันที่ 21 พ.ย.  ในความผิดฐานกระทำให้เกิดการระเบิดจนเป็นเหตุให้ทรัพย์ผู้อื่นเสียหาย,ทำให้ เสียหาย,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ,พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในที่สาธารณะและยิงปืนโดยใช่เหตุในที่ชุมชน พร้อมของกลางรถกระบะ มิตซูบิชิ สตราด้า สีดำ ทะเบียน บพ 7405 พิษณุโลก ซึ่งนายวัลลภให้การรับสารภาพ และบอกว่าได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงระเบิดเอ็ม 79 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 4 แห่ง

โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 เม.ย.  เวลา 22.20 น.ก่อเหตุยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปที่บริเวณลาดจอดรถห้างแม็คโคร สาขาเชียงใหม่ ท้องที่สภ.แม่ปิง

ครั้งที่สองวันเดียวกัน เวลา23.02 น. ยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ตนานุวัฒน์ เลขที่108/1 ม.5 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังห้างแม็คโครสาขาหางดง ท้องที่ สภ.เมืองเชียงใหม่

ครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เวลา 22.10 น. ยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่บริเวณด้านหน้าค่ายกรมรบพิเศษ 5 (ค่ายขุนเณร) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ท้องที่ สภ.แม่ริม

ครั้งที่สี่ วันที่ 12 ก.ย. เวลา 02.47 น. ยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่อาคารที่ทำการบริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เลขที่ 30 ถ.มหิดล ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ของนายคะแนน สุภา บิดาของนางกรุณา ชิดชอบ และเป็นพ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ ท้องที่ สภ.ภูพิงค์ฯ

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวต่อว่า นายวัลลภยังให้การอีกว่าได้ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 8 จุด

โดยเมื่อวันที่16 มี.ค. เวลา 03.25 น. ยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่บ้านเลขที่ 22/18 ซ.ลาดพร้าวแยก 6 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพักของนายอักขราทร จุฬารัตน์ อดีตประธานศาลปกครอง แต่มีเป้าหมายที่ธนาคารกรุงเทพ สาขารัชโยธิน จำนวน 1 นัด

ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เวลา 20.15 น. ยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่ตึกไทยคู่ฟ้าและตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล จำนวน 3 นัด โดยยิงมาจากสะพานมัฆวานรังสรรค์หลังผลักดันกำลังของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ออกไปได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เม.ย. เวลา 05.00 น. ยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่หน้าบริเวณธนาคารกรุงเทพ สาขาตลิ่งชัน จำนวน 1 นัด
ครั้งที่สี่ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. เวลา04.30 น. ยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ป้ายธนาคารกรุงเทพ สาขาวิภาวดี จำนวน 1 นัด

ครั้งที่ห้า วันที่ 14 พ.ค. เวลา 20.20 น. ยิงระเบิดเอ็ม 79 จากใต้สะพานยกระดับประตูน้ำ ไม่เกินหน้าตึกใบหยก โดยยิงไปทางหน้าโรงแรมอินทรา แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จำนวน 4 นัด
จนกระทั่งวันที่ 16 พ.ค. ช่วงเวลากลางคืน ได้ยิงระเบิดเอ็ม 79 จาก ซอยหลังสวน บริเวณแยกราชประสงค์ตัดถ.วิทยุ ยิงไปทางสวนลุมพินี หลังจากทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทหารเตรียมเข้าสลายการชุมนุม โดยจะเคลื่อนกำลังออกมาจากทางสวนลุมพินี โดยยิงไปทั้งหมดจำนวน 60 นัด โดยมีบางลูกตกเข้าไปที่แฟลตตำรวจ สน.ลุมพินี และวันเดียวกันนี้ได้ยิงระเบิดเอ็ม 79 จากบริเวณ ถ.อโศก ยิงไปทางทิศที่มีป้ายบอกทางด่วนท่าเรือ จำนวน 60 นัด 

และช่วงวันที่ 18-19 พ.ค. ต่อเนื่องกัน ได้ยิงระเบิดเอ็ม 79 ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งกำลังเข้าทำการกระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยยิงมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ ยิงไปรอบทิศ ไม่ทราบจุดแน่ชัด ยิงไปทั้งหมด 120 นัด รวมก่อเหตุทั้งหมด 12 ครั้ง

พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวต่อว่า ล่าสุดวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นห้องพักของนายวัลลภ เลขที่1113/23 ชั้น 2 อาคาร 14 โครงการเคหะเอื้ออาทรร่มเกล้า ซอยเอื้ออาทร-ร่มเกล้า 2 ถ.เคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ พบของกลางเป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดและอาวุธปืน วิทยุสื่อสาร ซึ่งภายในห้องยังพบผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 รายจึงได้ควบคุมตัวไว้ทั้งหมด

นายวัลลภ กล่าวว่า แรงจูงใจที่ได้ก่อเหตุ มาจากเมื่อช่วง เม.ย.52 ตนอยู่ที่ตลาดโบ๊เบ๊ย่านสะพานขาวและได้เห็นเจ้าหน้าที่ทหารใช้ความรุนแรงกับ ประชาชน จึงมีอุดมการณ์ที่จะล้างแค้น ซึ่งตนเคยเป็นทหารอยู่กองพันทหารม้าที่ 7 จ.อุตรดิตถ์ ดังนั้นจึงมีความชำนาญในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นกลุ่มแนวร่วมนปช. หรือคนเสื้อแดง ตอนเข้าไปเป็นการ์ดคนเสื้อแดงก็ต้องปลอมตัวเข้าไป เพื่อที่จะทำตามอุดมการณ์ สำหรับอาวุธปืนเอ็ม 79  สั่งซื้อมาจากบริเวณชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดและผู้อยู่เบื้องหลัง

นายวัลลภ กล่าวต่อว่า ช่วงที่ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่สวนลุมพินี กระสุนเอ็ม79 ของตนพลาดเป้าไปโดยแฟลตตำรวจสน.ลุมพินี ซึ่งไม่ได้เจตนาจะยิงไปที่แฟลต ตั้งใจแค่ว่ายิงสกัดเจ้าหน้าที่ทหารที่จะบุกมาทางสวนลุมพินี และยิงไปหลายนัด ทำให้บางลูกพลาดเป้าไปโดนที่อื่น ซึ่งต้องขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี ส่วนที่เจาะจงยิงธนาคารกรุงเทพนั้น เพราะว่าผู้บริหารของธนาคารกรุงเทพมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งตนมองว่าวิธีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯมีความรุนแรงเกินไป สำหรับของกลางที่อยู่ในห้องพัก มีคนนำมาฝากไว้ ไม่ขอเปิดเผยชื่อ และผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่ถูกจับด้วย ไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ตนขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนเหตุการณ์ระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง และไม่ได้รู้จักนายสมัย วงศ์สุวรรณ เป็นการส่วนตัว

ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงผู้ที่ให้เงินสนับสนุน ซึ่งก็จะได้จับกุมมาดำเนินคดีต่อไป สำหรับนายวัลลภนั้น เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับนายสมัยที่สมานเมตตาแมนชั่น สำหรับดินระเบิดที่พันเทปสีดำ เป็นดินระเบิดของระเบิดซีโฟร์ น้ำหนัก 2 กิโลกรัม มีอานุภาพร้ายแรงสามารถทำลายตึก 3 ชั้นได้ แค่เชื่อมเชื้อประทุไฟฟ้า 2 ดอก และต่อแผงวงจรเข้ากับโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดรวมถึงนายวัลลภ ไม่น่าจะมีความรู้เรื่องแผงวงจรระเบิด โดยนายวัลลภเป็นแค่คนยิงระเบิดเอ็ม 79 ส่วนที่เหลือมีหน้าที่เฝ้าของที่อยู่ในห้องเท่านั้น แต่จากวิธีการปล่อยแผงวงจร สันนิษฐานว่าผู้ที่ต่อแผงดังกล่าวน่าจะมีความรู้เรื่องระเบิดเป็นอย่างดี

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่11 (พ.ศ.2552) มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมกับควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนเร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป

  

00000000000000000000000000000000000000
ผบ.ตร.เล็งส่งมือเอ็ม 79 ให้ดีเอสไอสอบต่อ
24 พ.ย. 53 - ที่รัฐสภา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการจับกุมตัว นายวัลลภ พิธีพรม พร้อมพวก รวม 5 คน ในคดียิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ในสถานที่ต่างๆ ในระหว่างที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า เชื่อว่าจะมีโอกาสสาวไปถึงตัวผู้บงการและผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่นๆ ซึ่งการที่ผู้ต้องหารับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน หลังจากนี้ จะส่งเรื่องไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต่อไป แต่ในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนหาพยานหลักฐานไปพลางๆ ก่อน ทั้งนี้ สาเหตุที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้มากขึ้นในช่วงเวลานี้ เป็นผลมาจากการทำงานอย่างเป็นระบบของตำรวจ ทั้งภูธรภาค 5 ภาค 1 และนครบาล

เมื่อถามว่า จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ชุดนี้มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดก่อนหน้านี้ เช่น สมานเมตตาแมนชั่น จ.นนทบุรี หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร ตอบว่า ยอมรับว่ามีความเชื่อมโยง แต่ต้องสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงในคดีก่อการร้ายใช่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า “ใช่ครับ” เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ต้องติดตามจับกุมอีกจำนวนเท่าไหร่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ยังมีอีกพอสมควรที่ต้องติดตามจับกุม

ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด

ที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.สมศักดิ์  จันทะพิงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายวัลลภไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพการก่อเหตุเพิ่มอีก 4 จุดในพื้นที่ ประกอบด้วยที่ห้างแม็คโคร โรงงานเฟอร์นิเจอร์ กรมรบพิเศษที่ 5 ค่ายขุนเณร และบ้านของนายคะแนน สุภา พ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบแกนนำพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจคอมมานโด

"ขณะนี้กำลังขยายผลเพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ มีอยู่ 2-3 รายที่สามารถออกหมายจับได้แล้ว แต่ยอมรับว่าผู้ต้องหาที่มาทำแผนในวันนี้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ต้องหานักรบแดง 11 คน ที่จับได้ในจังหวัดเชียงใหม่" พล.ต.ต.สมศักดิ์ กล่าว

“สุเทพ” เผยพบการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารผู้ต้องหายิงเอ็ม 79

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจจับกุมนายวัลลภ พิธีพรม ผู้ต้องหายิงระเบิดเอ็ม 79 ป่วนกรุงได้ ว่า ต้องขอบคุณตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 5 ที่ร่วมมือติดตามผู้กระทำผิด จนจับกุมได้พร้อมพยานหลักฐาน จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และเห็นว่ามีความเชื่อมโยงทำเป็นกระบวนการ สังเกตได้จากการโทรศัพท์และการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานและขยายผลต่อไป ซึ่งตนขอไม่ลงลึกรายละเอียดของคดี ที่เกี่ยวกับท่อน้ำเลี้ยง เนื่องจากเป็นเรื่องของตำรวจ และเมื่อดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้น ตำรวจจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

ต่อข้อถามว่ามีการตรวจสอบถึงผู้จ้างวานหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็น เพราะไม่อยากนำไปเชื่อมโยงให้เป็นประเด็นทางการเมือง แต่จากพยานหลักฐานมีความชัดเจนว่ามีการโอนเงินจากบุคคลใดไปเข้าบัญชีผู้ต้อง หาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสอดคล้องกับวันที่มีการก่อเหตุยิงเอ็ม 79 ใส่สถานที่ต่าง ๆ ส่วนจะสาวถึงผู้บงการได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คาดหวังไม่ได้ แต่จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้เห็นถึงความชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นผู้สนับสนุน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ยังนิยม ความรุนแรงอยู่

จตุพรชี้จับมือยิงหวังใส่ร้ายเสื้อแดง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าหลังจากที่ตำรวจจับกุมนายวัลลภ หรือป้อม พิธีพรม ผู้ต้องหาที่อ้างว่าก่อเหตุยิงเอ็ม79 ใส่สถานที่สำคัญหลายแห่งในกทม. และเชียงใหม่ คาดว่าจะส่งคดีนี้ไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ดำเนินการต่อ จะมีการสร้างเรื่องโกหกใส่ร้ายคนเสื้อแดงเหมือนกับที่ทำเมื่อมีการจับกุม บุคคลที่อ้างว่าเป็น 11 นักรบแดงได้ที่จ.เชียงใหม่

"เชื่อว่าที่สุดแล้วจะเอาคนเหล่านี้เข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานและมีการ ใส่ร้ายพวกเหมือนกับที่ทำกับ 11 นักรบแดง ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่ามีการดำเนินการลอบสังหารนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง โดยคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อต้องการไม่ให้รัฐบาลไม่รับความผิด ในข้อหาทำร้ายประชาชน" นายจตุพร กล่าว

“เมีย” วัลลภ เผยไม่ใช่การ์ดเสื้อแดง เป็นคนใจกว้าง

หลังจากที่ตำรวจจับกุมนายวัลลภ พิธีพรม หรือป้อม ผู้ต้องหาที่อ้างว่าก่อเหตุยิงเอ็ม79 ใส่สถานที่สำคัญหลายแห่งในกทม. และเชียงใหม่ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ น.ส.อัจจิมาพร สุพรรณ ภรรยานายวัลลภ ที่บ้านพักอยู่บ้านเลขที่ 116/47 (บ้านบุ่งคุก) ถ.อินใจมี ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

น.ส.อัจจิมาพร บอกว่า ได้รู้จักและอยู่กินกับนายวัลลภช่วงเป็นอาสาสมัครกู้ภัยเทศบาลตำบลท่าเสา อ.เมือง จนมีพยานรัก 1คน ชื่อ ด.ญ.เบญญาพร พิธีพรม วัย 3 เดือนเศษ โดยนิสัยส่วนตัวของสามีแล้วเป็นคนดี ใจกว้าง แต่หลังสามีก่อเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่อาคารมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ หลบหนีไปก็ไม่ได้ติดต่อ หรือกลับมาหาอีกเลย จนมาทราบข่าวว่าถูกจับดังกล่าว

"ไม่เชื่อว่าสามีจะเป็นการ์ดและสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดง หรือยิงเอ็ม 79 ถล่มบ้านพ่อตานายเนวิน ชิดชอบ แต่สามีเป็นคนมีอุดมการณ์สูง ชอบช่วยเหลือคน ทราบข่าวว่าถูกจับก็อยากเจอหน้าแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ทุกวันนี้ก็ต้องขายเสื้อผ้ามือสองหาเงินมาเลี้ยงลูกสาว ยังดีที่แม่ยังคอยช่วยเหลือบ้าง” น.ส.อัจจิมาพร กล่าว

ด้านนายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า นายวัลลภ เป็นอาสาสมัครก็ภัยเทศบาลท่าเสา แต่ไม่ประจำช่วงมีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) และกลุ่มคนเสื้อแดง ก็หายไปจากกู้ภัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า นายวัลลภสมัครเข้าเป็นสมาชิก นปช. และ เป็นการ์ดของ นปช. ซึ่งอยู่ในทีมเดียวกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบบกที่ถูกยิงเสียชีวิตก่อนสลายการชุมนุมแยกราช ประสงค์ เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

ทีมงานไม่รู้ว่าป้อมผิดหรือถูกแต่ทุกอย่างเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองจะต้องมีอีกกี่ชีวิตตกเป็นเหยื่อของมัน...การเมืองแบบไทยๆ


เขียนโดย เพื่อนนักโทษการเมืองไทย